“ม.ร.ว.ปรีดิยาธร” ชี้ใช้ทุนสำรองตั้งกองทุนความมั่งคั่งเป็นเรื่องดี แต่ต้องชัดเจนว่ามาจากส่วนใด

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และอดีตผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแนวคิดของนายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการธปท. ที่จะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพื่อลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย และใช้ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แนวคิดใหม่ เพราะอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในหลายสมัย มีแนวคิดนำเงินทุนสำรองออกมาใช้เพื่อการลงทุนอยู่แล้ว แต่จะต้องแก้กฎหมายของ พ.ร.บ.ธปท. พ.ศ.2551 ก่อน

อย่างไรก็ตาม การจะนำเงินทุนสำรองมาลงทุนพันธบัตรรัฐบาลไทย ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นพันธบัตรที่มีความมั่นคงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลของประเทศอื่น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีการจ่ายในอัตราที่สูงกว่าด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าประธานบอร์ดจะนำเงินทุนสำรองในส่วนใดออกมา ใช้ ในปริมาณเท่าใด เนื่องจากปัจจุบันเงินทุนสำรองดังกล่าวที่มีอยู่ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งออกเป็น 2 บัญชี ประกอบด้วย บัญชีของฝ่ายบริหารทุนสำรอง 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และบัญชีฝ่ายออกบัตรอีก 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จึงยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่ในเบื้องต้นหากจะนำเงินทุนสำรองมาใช้ประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ก็ไม่มีปัญหา

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เชื่อว่า สหรัฐจะสามารถขยายเพดานหนี้ได้สำเร็จก่อนเส้นตายวันที่ 17 ตุลาคมนี้ และจะส่งผลดีให้เศรษฐกิจของสหรัฐฟื้นตัวขึ้น โดยเห็นได้จากปัจจุบันเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ขณะที่จีนและญี่ปุ่นก็มีเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเช่นกัน ดังนั้นคาดว่าไตรมาสที่ 4 ปีนี้ การส่งออกจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นและในปีหน้าการส่งออกของไทยจะขยายตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้จ่ายในประเทศให้ปรับตัวดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายปี 2557 และงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทโดยเร็ว โดยในส่วนของโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท หากไม่ผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็ยังสามารถเดินหน้าได้ ด้วยการจัดทำงบประมาณขาดดุลได้อีก 7-8 หมื่นล้านบาท หรือรัฐบาลกู้เงินเพิ่มตาม พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจได้อีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะสามารถชดเชยเงินตาม พ.ร.บ.ที่ไม่ผ่านการพิจารณาได้

 

 

แหล่งข่าวจาก posttoday…